Table of Contents
- Passive Design คืออะไร?
- 5 เทคนิครีโนเวทบ้านให้เย็นแบบ Passive Design
- 1. จัดทิศทางลมให้บ้านหายใจได้ การระบายอากาศคือหัวใจของการออกแบบบ้านให้โปร่งโล่ง
- 2. ป้องกันความร้อนจากแสงแดด แสงแดดเมืองไทยแรงตลอดปี การรีโนเวทบ้านให้เย็นจึงต้องควบคุมแสงให้เหมาะ
- 3. เพิ่มพื้นที่สีเขียวช่วยลดอุณหภูมิ ธรรมชาติคือเครื่องปรับอากาศที่ดีที่สุด
- 4. ใช้วัสดุรีโนเวทที่ช่วยลดความร้อน วัสดุคือหัวใจสำคัญของการรีโนเวทบ้านแบบ Passive Design
- 5. ใช้แสงธรรมชาติอย่างชาญฉลาด นอกจากลมและวัสดุแล้ว แสงธรรมชาติคือองค์ประกอบสำคัญของบ้านที่ดี
- ข้อดีของการรีโนเวทบ้านแบบ Passive Design
บ้านคือพื้นที่แห่งความสุข แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายคนเริ่มรู้สึกว่า “บ้านร้อน อับ และอึดอัด” กว่าที่เคยเป็น จึงนำไปสู่การรีโนเวทบ้านและการออกแบบตกแต่งภายใน ซึ่งหนึ่งในแนวทางการรีโนเวทที่กำลังได้รับความนิยมคือ Passive Design หมายถึงการออกแบบบ้านที่ใช้ธรรมชาติช่วยปรับอุณหภูมิและแสงให้เหมาะสม ในบทความนี้ ทีม Interior Designer จากบริษัทแอค เซส เซอรี่ จำกัด จะพาคุณมารู้จักวิธี รีโนเวทบ้านให้โปร่ง โล่ง เย็น อยู่สบาย ด้วยเทคนิคที่ทั้งประหยัดพลังงานและสวยงามในเวลาเดียวกัน

Passive Design คืออะไร?
Passive Design คือแนวคิดการออกแบบอาคารที่ใช้ธรรมชาติช่วยควบคุมสภาพอากาศภายในบ้าน โดยอาศัยทิศทางลม แสงแดด และวัสดุที่เหมาะสม เพื่อลดการใช้เครื่องปรับอากาศและไฟฟ้าลง ในการรีโนเวทบ้านให้เย็นและประหยัดพลังงานนั้น จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งเทคโนโลยีราคาแพง สำหรับบริษัทรับเหมาตกแต่งภายในและทีม Interior Designer ของเรา แนวทางนี้คือหัวใจสำคัญในการปรับปรุงบ้านให้ “อยู่สบายและยั่งยืน” โดยเฉพาะในภูมิอากาศร้อนแบบประเทศไทย
5 เทคนิครีโนเวทบ้านให้เย็นแบบ Passive Design
1. จัดทิศทางลมให้บ้านหายใจได้ การระบายอากาศคือหัวใจของการออกแบบบ้านให้โปร่งโล่ง
- เปิดช่องลมให้ลมเข้า–ออกได้สองทิศทาง (Cross Ventilation) เช่น หน้าต่างตรงข้ามกัน
- ใช้ ปล่องลม (Ventilation Shaft) หรือช่องระบายอากาศแนวตั้งในบ้านที่มีพื้นที่จำกัด
- เลือกหน้าต่างบานเปิดแทนบานเลื่อน เพื่อรับลมได้เต็มที่
- สำหรับบ้านชั้นเดียวหรือบ้านไม้ การยกพื้นสูงช่วยให้ลมไหลผ่านใต้พื้น ทำให้บ้านเย็นขึ้น
2. ป้องกันความร้อนจากแสงแดด แสงแดดเมืองไทยแรงตลอดปี การรีโนเวทบ้านให้เย็นจึงต้องควบคุมแสงให้เหมาะ
- ติดตั้งกันสาดแนวราบหรือระแนงไม้เพื่อกรองแดด
- ใช้กระจกสองชั้น (Double Glazing) หรือฟิล์มกันความร้อน
- เลือกสีผนังโทนอ่อน เพื่อสะท้อนความร้อนได้ดีกว่าสีเข้ม
- เสริมฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา เพื่อช่วยลดอุณหภูมิภายใน
3. เพิ่มพื้นที่สีเขียวช่วยลดอุณหภูมิ ธรรมชาติคือเครื่องปรับอากาศที่ดีที่สุด
- เพิ่มสวนแนวตั้ง (Vertical Garden) หรือปลูกต้นไม้ริมผนังเพื่อช่วยกรองฝุ่นและความร้อน
- ใช้หลังคาเขียว (Green Roof) สำหรับบ้านสมัยใหม่ ช่วยเก็บความชื้นและลดอุณหภูมิหลังคา
- เพิ่มบ่อน้ำหรือสระน้ำเล็กๆ เพื่อให้เกิดการระเหยของน้ำ ช่วยทำให้อากาศรอบบ้านเย็นขึ้น
4. ใช้วัสดุรีโนเวทที่ช่วยลดความร้อน วัสดุคือหัวใจสำคัญของการรีโนเวทบ้านแบบ Passive Design
- ใช้อิฐมวลเบา ผนังฉนวนกันร้อน หรือผนังสองชั้นเพื่อกันความร้อน
- พื้นที่ใช้วัสดุเย็นเท้า เช่น ปูนขัดมัน หรือ กระเบื้องเซรามิก
- ใช้ฝ้าเพดานสูงเพื่อให้ความร้อนลอยขึ้นและระบายออกได้ง่าย
- ทาผนังด้วย สีสะท้อนแสง (Reflective Paint)
5. ใช้แสงธรรมชาติอย่างชาญฉลาด นอกจากลมและวัสดุแล้ว แสงธรรมชาติคือองค์ประกอบสำคัญของบ้านที่ดี
- เพิ่มช่องแสง Skylight เพื่อให้แสงเข้าบ้านโดยไม่ร้อน
- ใช้ม่านโปร่งแสงเพื่อให้บ้านสว่างแต่ยังเป็นส่วนตัว
- ออกแบบผนังและเฟอร์นิเจอร์ให้สะท้อนแสงได้ดี เช่น ผนังสีขาวหรือกระเบื้องมันเงา
ข้อดีของการรีโนเวทบ้านแบบ Passive Design
การรีโนเวทบ้านแบบ Passive Design เป็นแนวทางที่เน้นการใช้พลังงานธรรมชาติอย่างคุ้มค่า เพื่อให้บ้านอยู่สบายโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบไฟฟ้าหรือเครื่องปรับอากาศมากนัก ข้อดีหลักของแนวคิดนี้คือช่วยให้บ้านประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายระยะยาว เพราะการออกแบบจะคำนึงถึงทิศทางลม แสงแดด และวัสดุที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิ ทำให้บ้านเย็นในฤดูร้อน อบอุ่นในฤดูหนาว และมีแสงธรรมชาติส่องถึงอย่างพอดี นอกจากจะช่วยลดการใช้พลังงาน ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสามารถใช้วัสดุธรรมชาติหรือวัสดุรีไซเคิลได้ บ้านลักษณะนี้ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย เพราะอากาศถ่ายเทได้ดี ลดความชื้น ลดเชื้อรา และให้แสงสว่างที่เหมาะสมกับสายตา รวมทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน เนื่องจากเป็นบ้านที่ทั้งประหยัดพลังงาน ทนทาน และมีภาพลักษณ์ทันสมัยใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
หากคุณกำลังมองหาบริษัทรับเหมาตกแต่งภายใน หรือบริษัท Interior Design มืออาชีพ ที่สามารถออกแบบและรีโนเวทบ้านให้ “เย็น อยู่สบาย และสวยลงตัว” เรายินดีให้คำปรึกษาฟรี เพื่อวางแผนผังห้องและเลือกวัสดุที่เหมาะกับบ้านของคุณ พร้อมเสนอแบบและงบประมาณที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและความงาม








