Table of Contents
- การวางผังภายใน (Space Planning) คืออะไร
- จัดวางพื้นที่อย่างไรให้ทีมเวิร์กดีขึ้น
- 1. เข้าใจลักษณะการทำงานของทีมก่อนเริ่มออกแบบ
- 2. สร้างพื้นที่ร่วมเพื่อส่งเสริมการสื่อสาร
- 3. เปิดพื้นที่ให้เชื่อมโยง แต่ยังคงความเป็นส่วนตัว
- 4. วางแผนพื้นที่ให้ยืดหยุ่นและพร้อมปรับเปลี่ยน
- 5. ใช้องค์ประกอบของดีไซน์เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อทีมเวิร์ก
- 6. ออกแบบพื้นที่ให้สะท้อนวัฒนธรรมและอัตลักษณ์องค์กร
- 7. ออกแบบเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในทีม
- สรุป
ในยุคที่การทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การตกแต่งสำนักงานหรือออฟฟิศไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงานอีกต่อไป แต่เป็น “หัวใจของวัฒนธรรมองค์กร” ที่ส่งเสริมการสื่อสาร ความร่วมมือ และความคิดสร้างสรรค์ การวางผังภายใน (Space Planning) จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตกแต่งสำนักงานหรือออฟฟิศที่ดี พื้นที่ที่ออกแบบอย่างเข้าใจผู้ใช้ จะช่วยให้ทีมเวิร์กแข็งแรงขึ้น และทำให้องค์กรเติบโตอย่างมีพลัง เราบริษัท แอค เซส เซอรี่ จำกัด เชื่อว่าทุกตารางเมตรของพื้นที่ทำงาน ควรออกแบบอย่างมีจุดหมาย ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้อง “ตอบโจทย์การใช้งานจริง” ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและภาพลักษณ์องค์กร

การวางผังภายใน (Space Planning) คืออะไร
การวางผังภายใน หรือ Space Planning คือขั้นตอนสำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่งในงานออกแบบตกแต่งภายใน เป็นกระบวนการวิเคราะห์และจัดสรรพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านความสวยงาม ความสะดวกในการใช้งาน และประสิทธิภาพของการทำงานร่วมกันภายในองค์กร กล่าวง่าย ๆ คือ “การออกแบบว่าใครควรอยู่ตรงไหน ทำอะไร และพื้นที่นั้นควรตอบสนองความต้องการอย่างไร”
การวางผังภายในไม่ใช่เพียงแค่การจัดวางโต๊ะ เก้าอี้ หรือเฟอร์นิเจอร์ให้เต็มพื้นที่ แต่เป็นการวางกลยุทธ์เชิงการออกแบบที่คำนึงถึง โครงสร้างองค์กร พฤติกรรมของผู้ใช้งาน และเป้าหมายของพื้นที่นั้น ๆ บริษัท Interior Design ที่เชี่ยวชาญจะต้องเข้าใจรูปแบบการทำงานของแต่ละแผนก ความสัมพันธ์ระหว่างทีม การไหลเวียนของผู้คน (circulation) รวมถึงข้อจำกัดทางสถาปัตยกรรม เช่น เสา ผนัง หรือช่องแสง เพื่อวางแผนพื้นที่ให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงมากที่สุด

จัดวางพื้นที่อย่างไรให้ทีมเวิร์กดีขึ้น
1. เข้าใจลักษณะการทำงานของทีมก่อนเริ่มออกแบบ
การออกแบบตกแต่งสำนักงานที่ดีเริ่มจากความเข้าใจใน “คนทำงาน” แต่ละทีมมีพฤติกรรมและความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น ทีมที่ต้องใช้สมาธิอาจต้องการพื้นที่เงียบ ในขณะที่ทีมครีเอทีฟต้องการพื้นที่ที่เปิดและแลกเปลี่ยนความคิดได้ง่าย การวิเคราะห์ลักษณะงานและรูปแบบการสื่อสารจะช่วยให้บริษัทออกแบบภายในสามารถวางผังพื้นที่ที่เหมาะสม ลดการรบกวน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกัน
2. สร้างพื้นที่ร่วมเพื่อส่งเสริมการสื่อสาร
พื้นที่กลางหรือ Collaboration Area มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างทีมเวิร์ก เพราะเป็นจุดที่ทุกคนสามารถพูดคุย แบ่งปัน และต่อยอดความคิดได้อย่างอิสระ พื้นที่ลักษณะนี้ควรออกแบบให้ยืดหยุ่น ใช้งานได้หลายรูปแบบ เช่น พื้นที่ประชุมเล็ก พื้นที่พักเบรก หรือโซนนั่งคุยแบบไม่เป็นทางการ พื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เกิดการพูดคุย คือจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์และความสัมพันธ์ที่ดีในทีม
3. เปิดพื้นที่ให้เชื่อมโยง แต่ยังคงความเป็นส่วนตัว
ออฟฟิศยุคใหม่มักนิยมใช้พื้นที่แบบเปิด (Open Space) เพื่อให้ทีมสื่อสารกันได้สะดวก แต่การเปิดทั้งหมดโดยไม่มีพื้นที่สงบอาจทำให้พนักงานบางคนเสียสมาธิ การออกแบบที่ดีควรสร้างสมดุลระหว่าง “การเชื่อมโยง” และ “ความเป็นส่วนตัว” โดยอาจใช้พาร์ทิชันโปร่ง กระจก หรือการจัดโซนให้มีมุมสงบสำหรับงานที่ต้องการสมาธิ เพื่อให้ทุกคนรู้สึกมีพื้นที่ของตัวเองในขณะที่ยังสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างกลมกลืน

4. วางแผนพื้นที่ให้ยืดหยุ่นและพร้อมปรับเปลี่ยน
ลักษณะการทำงานในยุคปัจจุบันมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งการทำงานทั้ง 2 แบบนี้
- การทำงานแบบ Hybrid
- การทำงานแบบ Remote Work
ทำให้การจัดวางพื้นที่ภายในต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ง่าย การใช้เฟอร์นิเจอร์แบบเคลื่อนย้ายได้ โต๊ะทำงานแบบแชร์ หรือพื้นที่ที่สามารถปรับฟังก์ชันได้หลายรูปแบบ จะช่วยให้สำนักงานรองรับการเปลี่ยนแปลงได้ดี และสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
5. ใช้องค์ประกอบของดีไซน์เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อทีมเวิร์ก
องค์ประกอบพื้นฐานอย่างแสง สี และวัสดุ เป็นส่วนสำคัญของการออกแบบตกแต่งภายในที่ส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์และพลังของคนทำงาน แสงธรรมชาติช่วยให้พื้นที่ดูโปร่งและสบายตา สีโทนอุ่นหรือสดใสช่วยกระตุ้นพลังบวก ส่วนวัสดุที่ให้สัมผัสเป็นธรรมชาติ เช่น ไม้หรือผ้าลินิน ช่วยลดความแข็งของสภาพแวดล้อมสำนักงาน ทำให้ทีมรู้สึกผ่อนคลายและเปิดรับความคิดใหม่ ๆ ได้มากขึ้น
6. ออกแบบพื้นที่ให้สะท้อนวัฒนธรรมและอัตลักษณ์องค์กร
ออฟฟิศไม่ควรเป็นเพียงสถานที่ทำงาน แต่ควรเป็นภาพสะท้อนของ “ตัวตนองค์กร” การนำองค์ประกอบของแบรนด์ เช่น สี โลโก้ หรือวัสดุที่สื่อถึงเอกลักษณ์องค์กร มาประยุกต์ใช้ในงานออกแบบ จะช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้พนักงาน และเสริมภาพลักษณ์ให้บริษัทดูมีเอกลักษณ์ พื้นที่ที่ดีสามารถเล่าเรื่องขององค์กรได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด
7. ออกแบบเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในทีม
การมีพื้นที่ที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ เช่น โซนพักผ่อน โซนรับประทานอาหาร หรือมุมกิจกรรมเล็ก ๆ จะช่วยให้พนักงานมีโอกาสพูดคุยนอกเรื่องงานมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ดีในทีม การออกแบบพื้นที่เหล่านี้อย่างตั้งใจ จะช่วยให้บรรยากาศการทำงานเป็นมิตร และเกิดพลังร่วมกันของทั้งองค์กร

สรุป
การวางผังภายใน (Space Planning) ไม่ได้หมายถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ลงตัวเท่านั้น แต่คือการออกแบบ “ประสบการณ์และวัฒนธรรมขององค์กร” ผ่านพื้นที่ทำงานที่ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีพลัง การออกแบบตกแต่งภายในที่ดีจึงไม่เพียงแค่ทำให้ออฟฟิศสวยขึ้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของทีมและสร้างบรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ บริษัท แอค เซส เซอรี่ จำกัด เป็นบริษัทรับเหมาตกแต่งภายในครบวงจรที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสำนักงาน เรามีประสบการณ์ในการออกแบบและก่อสร้างออฟฟิศให้ตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชัน ความสวยงาม และภาพลักษณ์องค์กรอย่างมืออาชีพ
เราให้ความสำคัญกับกระบวนการ Space Planning ในทุกโครงการ เพื่อให้ทุกตารางเมตรของสำนักงานถูกใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสะท้อนเอกลักษณ์ขององค์กรได้อย่างลงตัว






