Table of Contents
- ความสำคัญของการปูกระเบื้องในการออกแบบภายใน
- การปูกระเบื้องกับการออกแบบภายใน
- 1. ประเภทของกระเบื้อง
- กระเบื้องเซรามิก
- กระเบื้องพอร์ซเลน
- กระเบื้องหินอ่อน/หินธรรมชาติ
- กระเบื้องแกรนิตโต้
- กระเบื้องลายไม้
- กระเบื้องโมเสก
- 2. ลวดลายการปูกระเบื้อง
- ปูตรง
- ปูแบบลายอิฐ
- ปูแบบก้างปลา
- ปูแบบเซฟรอน
- ปูแบบทแยง
- 3. สีของยาแนว
- สีกลมกลืนกับกระเบื้อง
- สีตัดกับกระเบื้อง
- สีโทนกลาง
- 4. ขนาดของกระเบื้อง
- กระเบื้องขนาดใหญ่
- กระเบื้องขนาดเล็ก
- เคล็ดลับเพิ่มเติมในการเลือกกระเบื้อง
- สรุป
การออกแบบภายในไม่ได้มีแค่เรื่องของการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งห้องเพียงเท่านั้น แต่ “กระเบื้อง” คืออีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยสร้างอารมณ์และบุคลิกให้กับพื้นที่ได้เป็นอย่างดี การเลือกกระเบื้องให้เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่ยังส่งผลต่อการใช้งานและความรู้สึกของผู้ใช้งานด้วย ในการออกแบบตกแต่งภายใน การเลือกปูกระเบื้องนั้นจึงมีความสำคัญพอๆ กับการตกแต่งในส่วนอื่นๆ ของบ้าน เพราะต้องคำนึงถึงการจัดวาง ลวดลาย และสีสัน ซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศโดยรวมและไลฟ์สไตล์โดยรวมของบ้านได้

ความสำคัญของการปูกระเบื้องในการออกแบบภายใน
การปูกระเบื้องเป็นมากกว่าการติดตั้งวัสดุบนพื้นหรือผนัง แต่คือการส่งต่ออารมณ์ ความรู้สึก และตัวตนของพื้นที่ผ่านองค์ประกอบเล็ก ๆ ที่มองข้ามไม่ได้ และสำหรับบริษัทรับตกแต่งภายใน กระเบื้องเป็นเหมือนเครื่องมือที่ทรงพลังในการยกระดับคุณภาพงานออกแบบให้โดดเด่นและตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแท้จริง
- ความสวยงามและสไตล์ กระเบื้องมีให้เลือกหลากหลายประเภท ลวดลาย สี และพื้นผิว ช่วยให้สามารถสร้างสรรค์สไตล์ที่แตกต่างกันได้ ตั้งแต่โมเดิร์น มินิมอล ไปจนถึงคลาสสิกหรือไทยประยุกต์ การเลือกกระเบื้องที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างเอกลักษณ์และความสวยงามให้กับพื้นที่นั้นๆ
- การกำหนดบรรยากาศ ลวดลายการปูกระเบื้องสามารถส่งผลต่อความรู้สึกของห้องได้ เช่น การปูแบบตรง ให้ความรู้สึกเรียบง่าย ทันสมัย ในขณะที่การปูแบบก้างปลา หรือลายอิฐ จะเพิ่มความเคลื่อนไหวและความน่าสนใจ
- การรับรู้พื้นที่ การเลือกขนาดและรูปแบบการปูกระเบื้องสามารถส่งผลต่อการรับรู้ขนาดของห้องได้ เช่น กระเบื้องขนาดใหญ่และลวดลายต่อเนื่องสามารถทำให้ห้องดูกว้างขึ้น ในขณะที่กระเบื้องขนาดเล็กหรือลวดลายซับซ้อนสามารถทำให้รู้สึกอบอุ่นหรือมีรายละเอียดมากขึ้น
- ฟังก์ชันการใช้งานและความทนทาน นอกจากความสวยงามแล้ว การเลือกประเภทกระเบื้องที่เหมาะสมกับฟังก์ชันการใช้งานของพื้นที่นั้นๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ เช่น กระเบื้องพอร์ซเลน เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการใช้งานบ่อย เพราะมีความแข็งแรง ทนทานต่อการสึกหรอและกันน้ำได้ดีเยี่ยม ส่วนกระเบื้องเซรามิก เหมาะสำหรับพื้นและผนังภายในที่ไม่ต้องรับแรงกระแทกมากนัก
- ความสะอาดและการบำรุงรักษา กระเบื้องเป็นวัสดุที่ทำความสะอาดง่ายและทนทานต่อความชื้น ซึ่งเป็นข้อดีอย่างมากสำหรับพื้นที่อย่างห้องน้ำและห้องครัว

การปูกระเบื้องกับการออกแบบภายใน
1. ประเภทของกระเบื้อง
กระเบื้องเซรามิก
เป็นที่นิยมและราคาเข้าถึงง่าย มีให้เลือกหลากหลายสีและลวดลาย เหมาะสำหรับพื้นและผนังภายในที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมากนัก
กระเบื้องพอร์ซเลน
มีความหนาแน่นและแข็งแรงกว่าเซรามิก ทนทานต่อการสึกหรอและน้ำได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการใช้งานค่อนข้างมาก ทั้งภายในและภายนอกอาคาร และมักจะเลียนแบบวัสดุธรรมชาติได้หลากหลาย เช่น ไม้ หินอ่อน
กระเบื้องหินอ่อน/หินธรรมชาติ
ให้ความรู้สึกหรูหรา สง่างาม แต่มีราคาแพงและต้องการการดูแลรักษาเป็นพิเศษ
กระเบื้องแกรนิตโต้
แข็งแรง ทนทาน มีลวดลายที่หลากหลายและใกล้เคียงกับหินธรรมชาติ มักใช้กับพื้นที่ที่ต้องการความทนทานสูง
กระเบื้องลายไม้
ทำจากพอร์ซเลนหรือเซรามิก เลียนแบบลวดลายและพื้นผิวของไม้จริง ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ทนทานกว่าไม้จริงและดูแลรักษาง่ายกว่า
กระเบื้องโมเสก
กระเบื้องขนาดเล็กที่นำมาออกแบบภายใน และจัดเรียงเป็นลวดลายต่างๆ สร้างจุดเด่นและความน่าสนใจ มักใช้กับผนังห้องน้ำ หรือ backsplash ในห้องครัว

2. ลวดลายการปูกระเบื้อง
ปูตรง
เป็นการปูแบบเรียงกันเป็นแนวตรง ให้ความรู้สึกสะอาดตา ทันสมัย เหมาะกับการออกแบบภายในห้องสไตล์มินิมอล
ปูแบบลายอิฐ
การวางกระเบื้องเหลื่อมกันครึ่งหนึ่งของแผ่น ถือเป็นรูปแบบคลาสสิกที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและซ่อนตำหนิของผนังหรือพื้นได้ดี
ปูแบบก้างปลา
การวางกระเบื้องเป็นรูปตัว V ต่อกัน สร้างความเคลื่อนไหวและมิติให้กับพื้นที่ เหมาะกับกระเบื้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำให้ห้องดูยาวหรือกว้างขึ้น
ปูแบบเซฟรอน
คล้ายกับก้างปลา แต่ปลายกระเบื้องจะถูกตัดทำมุมให้ต่อกันเป็นรูปตัว V ที่สมบูรณ์ ดูเฉียบคมและทันสมัยกว่า
ปูแบบทแยง
การวางกระเบื้องทำมุม 45 องศา ทำให้ห้องเล็กๆ ดูกว้างขึ้น และเพิ่มความน่าสนใจ

3. สีของยาแนว
สีกลมกลืนกับกระเบื้อง
จะทำให้พื้นหรือผนังดูเรียบเนียนเป็นผืนเดียวกัน สร้างความรู้สึกกว้างขวาง
สีตัดกับกระเบื้อง
จะช่วยเน้นลวดลายของกระเบื้องให้เด่นชัดขึ้น เหมาะสำหรับการออกแบบภายในด้วยกระเบื้องที่มีลวดลายสวยงามหรือต้องการสร้างความโดดเด่น
สีโทนกลาง
เช่น สีเทาอ่อน สีเบจ เป็นตัวเลือกที่นิยมเพราะเข้าได้กับกระเบื้องหลายสี และช่วยพรางคราบสกปรกได้ดี
4. ขนาดของกระเบื้อง
กระเบื้องขนาดใหญ่
ทำให้รอยต่อน้อยลง ห้องดูต่อเนื่องและกว้างขึ้น เหมาะกับออกแบบภายในสไตล์โมเดิร์น
กระเบื้องขนาดเล็ก
สร้างความรู้สึกมีรายละเอียดมากขึ้น มักใช้กับพื้นที่เฉพาะ เช่น ห้องน้ำขนาดเล็ก หรือสร้างลวดลาย

เคล็ดลับเพิ่มเติมในการเลือกกระเบื้อง
- ห้องน้ำและห้องครัว ควรเลือกกระเบื้องที่ทนความชื้น ไม่ลื่น และทำความสะอาดง่าย เช่น กระเบื้องพอร์ซเลน หรือกระเบื้องเซรามิก
- ห้องนั่งเล่นและห้องนอน สามารถเลือกกระเบื้องที่ให้ความรู้สึกสบายเท้าและสวยงาม เช่น กระเบื้องลายไม้ หรือกระเบื้องพอร์ซเลน
- พื้นที่ใช้งานหนัก เช่น ทางเดิน ควรเลือกกระเบื้องที่ทนทานต่อการขีดข่วนและแรงกระแทกได้ดี อย่างกระเบื้องพอร์ซเลน
สรุป
การเลือกกระเบื้องในการออกแบบตกแต่งภายในไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงฟังก์ชันการใช้งาน อารมณ์ของพื้นที่ และไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ตั้งแต่ประเภทกระเบื้อง ลวดลาย วิธีการปู ไปจนถึงขนาดและสีของยาแนว ล้วนมีผลต่อภาพรวมของงานออกแบบ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการเลือกและจัดวางอย่างลงตัว และนี่คือสิ่งที่ Accessories ในฐานะ บริษัทรับตกแต่งภายใน ครบวงจรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เรามีทีม บริษัท Interior Design มืออาชีพ พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ออกแบบแนวคิด เลือกวัสดุ ไปจนถึงการผลิต เฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน และการติดตั้งหน้างาน เพื่อให้ทุกพื้นที่ของคุณสวย ฟังก์ชันครบ และสะท้อนตัวตนได้อย่างแท้จริงครับ






